หน้าหลัก > ข่าวสารและความรู้ > สังเกตดูสักนิด! สีอุจจาระ สัญญาณสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม
สังเกตดูสักนิด! สีอุจจาระ สัญญาณสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม
สังเกตดูสักนิด! สีอุจจาระ สัญญาณสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม
16 Dec, 2023 / By aomsin
Images/Blog/42Neix8I-Artboard 6 (25).png

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยสนใจสังเกตอุจจาระที่ขับถ่ายออกมาเลย เพราะเห็นว่ามันเป็นสิ่งสกปรก เราอยากให้คุณลองเปลี่ยนความคิดดูใหม่ บางครั้งการเปลี่ยนแปลงของอุจจาระ อาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพหรืออาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติร้ายแรงของระบบทางเดินอาหารก็เป็นได้ ไปดูกันว่า “สีของอุจจาระ” ช่วยบ่งบอกถึงสุขภาพภายในว่าอย่างไรบ้าง?

▶️ สีน้ำตาลอ่อน บ่งบอกถึงสุขภาพที่ดี ระบบทางเดินอาหารเป็นปกติ อุจจาระที่สีออกโทนน้ำตาลถึงน้ำตาลอ่อน เป็นสีที่เกิดจากน้ำดีระหว่างการย่อยอาหาร หรือหากอุจจาระเป็นสีเขียว ก็ยังถือว่าปกติเช่นกัน เพราะเป็นสีที่เกิดจากการกินผักสีเขียวเข้าไปมากนั่นเอง

▶️ สีออกโทนแดง อาจเกิดจากการกินอาหารที่มีสีแดง เช่น มะละกอ แตงโม กระเจี๊ยบ ซอสมะเขือเทศ เยลลีสีแดง เครื่องดื่มสีแดง เข้าไปในปริมาณมากแต่ถ้าไม่ใช่อาหาร ต้องสังเกตว่าอุจจาระมีเลือดปนหรือไม่ หากมีเลือดปนออกมา อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเป็น โรคริดสีดวงทวาร หรือมีเลือดออกในลำไส้ส่วนล่าง เช่น ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากหรืออาการของ มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือทวารหนัก หากพบว่าอุจจาระสีแดงมีเลือดปนเป็นประจำ ควรรีบพบแพทย์ทันที

▶️ สีดำคล้ำ อาจเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีสีดำ เช่น ตับหมู ตับวัว ตับเป็ด ตับไก่ เลือดหมู เฉาก๊วย ขนมเปียกปูนสีดำ ข้าวเหนียวดำ ลูกหม่อน ยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็ก หรือยาแก้ท้องเสียบางชนิด 

▶️ สีดำเข้มเหมือนยางมะตอย นี่คือสัญญาณอันตรายที่ชี้ว่า มีภาวะเลือดออกภายใน ต้องไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อตรวจอาการเลือดออกบริเวณทางเดินอาหารด้านบนลำไส้ กระเพาะอาหารหรือหลอดอาหาร หากถ่ายอุจจาระเป็นสีดำบ่อยครั้งอาจบ่งชี้ว่า คุณกำลังเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมีภาวะเลือดออกภายใน ทั้งนี้การเกิดอุจจาระสีดำเหนียวอาจบ่งบอกถึงโรคระบบทางเดินอาหารทั้งที่เป็นชั่วคราวหรือเรื้อรัง รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงก็ได้ ซึ่งอาจจะเกิดจากการอักเสบ  แผล หรือโรคบางโรค 

▶️ สีแดงมีเลือดปนออกมาจำนวนมาก มักเกิดจากริดสีดวงทวารภายในหรือภายนอกแตก หรืออาจเกิดจากภาวะเลือดออกในลำไส้ เช่น ถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ ผนังลำไส้แตก ซึ่งควรรีบพบแพทย์ในทันที

▶️ สีเหลือง มีคราบมัน และกลิ่นเหม็น นั่นเกิดจากไขมันส่วนเกินที่อยู่ในอุจจาระ มีกระบวนการดูดซึมอาหารที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นอาการผิดปกติเกี่ยวกับการดูดซึมอาหารของลำไส้ จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

▶️ สีเทาเหมือนขี้เถ้า บ่งบอกถึงภาวะที่ตับหรือตับอ่อนกำลังมีปัญหา ซึ่งอาจเป็นอาการของตับอ่อนอักเสบ ตับแข็ง หรือตับอักเสบ ต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที

▶️ สีอ่อน ขาว หรือสีคล้ายดิน อาจบอกได้ว่า ในอุจจาระขาดน้ำดี ซึ่งมีสาเหตุจากท่อน้ำดีอุดตัน หรือผลข้างเคียงจากการรับประทานยาแก้ท้องเสียมากเกินไป

▶️ สีเขียว มักเป็นสีของน้ำดีหรือสีจากอาหารพวกผักใบเขียวที่ยังไม่ย่อย และมีการเคลื่อนไหวของลำไส้ที่เร็วเกินไป มักพบในภาวะท้องเสีย ลำไส้อักเสบ ลำไส้แปรปรวน จึงควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย 

8 ข้อปฏิบัติ เพื่อดูแลสุขภาพลำไส้ และการขับถ่ายอุจจาระให้ดียิ่งขึ้น

* รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ  เลือกรับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืช  ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีกากใยสูง ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้และทวารหนัก

* เลี่ยงอาหารเนื้อแดงและอาหารแปรรูป  การรับประทานเนื้อวัว เนื้อหมู  ไส้กรอก หมูยอ ปริมาณมากเป็นปัจจัยเสี่ยงก่อมะเร็งลำไส้และทวารหนัก

* ควบคุมน้ำหนัก ด้วยการเลือกรับประทานอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยลดภาวะน้ำหนักตัวเกิน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยง โรคมะเร็งลำไส้และทวารหนัก นอกจากนี้การเคลื่อนไหวร่างกาย  ยังช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น   

* งดสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้และมะเร็งทวารหนักมากขึ้น

* หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society) แนะนำว่า ผู้ชายไม่ควรดื่มเกินสองแก้วต่อวัน และผู้หญิงไม่ควรเกินหนึ่งแก้วต่อวัน  เนื่องจากการบริโภคแอลกอฮอล์มีความเชื่อมโยงกับโรคมะเร็งลำไส้และทวารหนัก

* เพิ่มโยเกิร์ต อาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่มีจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ เพื่อช่วยระบบการย่อย

* ดื่มน้ำให้มาก  การดื่มน้ำน้อยเกินไปส่งผลให้ท้องผูกได้ ดังนั้นควรดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน

* นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลต่อระบบย่อยและขับถ่ายได้

ตอนนี้เราก็ได้รู้แล้วว่า สีของอุจจาระบอกโรคที่เราเป็นได้อย่างไรบ้าง ต่อจากนี้ไปก่อนจะกดชักโครกก็อย่าลืมหันกลับไปมองหรือสังเกตกันดูว่า อุจจาระของเราเป็นแบบไหน ในกรณีที่มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นภายในร่างกายการรับรู้ถึงปัญหาจะทำให้เราเรียนรู้ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาได้ก่อนใคร เมื่อเรารู้ก่อนโรคร้ายก็จะไม่มีวันเกิดขึ้นจนทำร้ายร่างกายของเราได้อย่างแน่นอนค่ะ

Like