หน้าหลัก > ข่าวสารและความรู้ > สาวๆ ถ้ารู้แล้วแชร์เก็บไว้เลย! 7 สีของ “ประจำเดือน” บอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพ
สาวๆ ถ้ารู้แล้วแชร์เก็บไว้เลย! 7 สีของ “ประจำเดือน” บอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพ
สาวๆ ถ้ารู้แล้วแชร์เก็บไว้เลย! 7 สีของ “ประจำเดือน” บอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพ
03 Dec, 2022 / By Ink
Images/Blog/ILGle6o6-816184C5-1DB9-4A46-9347-8B2D04B612EA.jpeg

เรื่องของการมีประจำเดือนนั้น เป็นปัญหาสำหรับผู้หญิงเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นวันใกล้จะมา จะก็จะหงุดหงิด พอวันนั้นมาถึงก็ทำไรก็ไม่สะดวก กังวล มาน้อย มามาก ปัญหาสารพัดจริงๆ แต่ข้อมูลที่จะบอกต่อไปนี้ต้องมีหลายคนที่ไม่รู้แน่นอน และไม่คาดคิดมาก่อน นั้นคือ สีของประจำเดือน ที่เราคงจะมองข้ามไป เพราะคิดว่าคงไม่สำคัญ แต่รู้หรือไม่ว่ามันสามารถบอกเตือนเกี่ยวกับความผิดปกติของร่างกายเราได้ค่ะ

 

1. สีแดงสด

     เป็นสีประจำเดือนปกติ ไม่ใช่สัญญาณอันตราย หากไม่มีความผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย ทั้งนี้ สีของประจำเดือนอาจมีเข้มอ่อนต่างกันไปเล็กน้อยในแต่ละวัน โดยในการมาวันแรกๆ มักจะยังมามาก และมีสีแดงสดอยู่ แต่หากเข้าสู่ช่วงท้ายของรอบเดือน ประจำเดือนจะสีเข้มขึ้น เนื่องจากเลือดไหลลดลง

 

หาเป็นสีแดงสดแต่มามากกว่าปกติ เมื่อเทียบกับปริมาณปกติที่มาอยู่เป็นประจำ และยังมาหลายวันติดกันนานกว่าปกติ ให้สังเกตว่าเป็นแบบนี้หลายๆ เดือนติดต่อกันหรือไม่ ถ้าใช่....ให้ระวังว่าอาจจะมีเนื้องอกภายในมดลูก หรือช่องคลอดได้ นอกจากนี้ ถ้ามากับการปวดท้องประจำเดือนมาก ก็ต้องสงสัยภาวะพังผืดในมดลูกอีกด้วยนะคะ

 

2. สีแดงเข้ม แดงคล้ำ หรือสีน้ำตาลดำ

เป็นเลือดปกติที่ตกค้างอยู่ภายในโดยมากพบบ่อยในช่วงท้ายของประจำเดือน สีเข้มขึ้นเพราะปริมาณประจำเดือนลดลง รวมถึงมีเลือดค้างอยู่ในเยื่อบุโพรงมดลูก เมื่อถึงช่วงระยะเวลาหนึ่ง เมื่อเลือดสัมผัสกับอากาศก็จะเปลี่ยนเป็นสีคล้ำขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ แต่หากมีกลิ่นเหม็นหรือการค้นพบแพทย์

 

3. สีแดงเข้ม หรือน้ำตาล

หากมาในปริมาณน้อยๆ ยังอาจหมายถึงการตั้งครรภ์ก็ได้ด้วย เนื่องจากบางครั้งการฝังตัวของน้องจะทำให้หลอดเลือดเล็กๆ ในโพรงมดลูกแตก หรือที่เราเรียกว่า เลือดล้างหน้าเด็ก (Implantation bleeding) ซึ่งไม่เป็นอันตรายค่ะ แต่หากประจำเดือนสีน้ำตาลเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ ก็อาจทำให้แท้งน้องได้ จึงต้องหมั่นสังเกตกันด้วยนะคะ

เลือดสีดังกล่าวจะเกิดขึ้นอีกครั้งหลังคลอด เริ่มจากเป็น สีแดง พร้อมเมือกและเศษรก ต่อมาเป็นสีน้ำตาลเหลืองขุ่น และขาว ตามลำดับ ซึ่งเราเรียกกันว่า น้ำคาวปลา(Lochia) แต่หากมีกลิ่นเหม็น และปวดท้องมาก ควรรีบไปพบแพทย์

 

4. สีแดงซีด แดงจางๆ

     มีปริมาณน้อย กระปริกะปรอย อาจเกิดจากการใช้ยาคุมกำเนิด วัยใกล้หมดประจำเดือน หรือเป็นเลือดออกช่วงกลางรอบเดือนที่เกิดจากการมีไข่ตกได้ หรือว่าอาจจะเกิดจากการขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อระบบไหลเวียนโลหิต และภาวะโลหิตจาง ก็เป็นไปได้เช่นกัน

 

5. สีแดงอมส้ม หรือจางจนเป็นสีส้ม

     ถ้าหากมีประจำเดือนสีส้มควรระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจสงสัยได้ว่า เกิดการติดเชื้อภายในช่องคลอดเชื้อกลุ่ม STD/STI  หรือกลุ่มโรคที่สามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ เกิดขึ้นเนื่องจากการที่เลือดประจำเดือนมาผสมกับตกขาวปริมาณมากที่ในช่องคลอด และมักพบอาการปวดท้องน้อย หรือมีกลิ่นที่รุนแรงกว่าปกติร่วมด้วย

 

6. สีเทาปนสีเขียวหม่น 

     สามารถพบได้ในภาวะช่องคลอดอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ถ้ามีตกขาวมาก มีปวดท้องน้อยหรือมีไข้ร่วมด้วย เป็นอาการบ่งบอกถึงการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน

 

7. สีชมพูหรือสีแดงจางจนออกไปในโทนชมพู

     อาจเกิดจากการใช้ยาคุมกำเนิดชนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำมากๆ หรือระดับฮอร์โมนแปรปรวนมักเกิดกับผู้ออกกำลังกายอย่างหนักหรือภาวะซีด นอกจากนี้ถ้าเกิดขึ้นหลังจากมีเพศสัมพันธ์ อาจเป็นไปได้ว่ามีบาดแผลฉีกขาดเล็กๆ ที่ปากมดลูกหรือช่องคลอด

 

เห็นไหมคะว่าการที่สีประจำเดือนผิดแปลกไปในแต่ละเดือนก็สามารถบอกถึงความผิดปกติของร่างกายได้เลยนะคะ เรื่องใกล้ตัวที่ควรใส่ใจ สาว ๆ ก็ควรหมั่นเช็กสีประจำเดือนของตัวเองอย่างสม่ำเสมอนะคะ เผื่อว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นจะได้แจ้งคุณหมอได้ถูกต้อง และรักษาได้อย่างตรงจุดค่ะ อย่างไรก็ตาม Welpano อยากแนะนำให้สาว ๆ ไปตรวจภายในประจำปีกันด้วยนะคะ จะได้มั่นใจว่าภายในของเรานั้นยังแข็งแรงดีอยู่ค่ะ

Like