หน้าหลัก > ข่าวสารและความรู้ > ทำไมทุกคนจะต้องใช้ "ครีมกันแดด" ??
ทำไมทุกคนจะต้องใช้ "ครีมกันแดด" ??
ทำไมทุกคนจะต้องใช้ "ครีมกันแดด" ??
18 Sep, 2017 / By thanyawarin38
Images/Blog/5147703-21931674_1522839104429028_898358642_o.jpg

   ความขี้เกียจ อากาศร้อน หรือความรู้สึกเหนอะหนะ อาจทำให้หลายคนมองข้ามขั้นตอนการทาครีมกันแดดไป แต่จะรู้ไหมว่า "แสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่ทำร้ายผิวให้เสียได้" นอกจากจะเกิดปัญหาผิวแห้งกร้านสะสม มีฝ้า กระ จุดด่างดำ และเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรแล้ว แสงแดดยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคมะเร็งผิวหนังอีกด้วย ดังนั้นเพื่อการป้องกันปัญหาเหล่านี้ “ ครีมกันแดด ” จึงเป็นสิ่งจำเป็น 

 

  

   ครีมกันแดดมีส่วนผสมอยู่หลายชนิดที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านรังสี UVA ที่เป็นตัวการทำให้ผิวแห้งกร้านและเกิดริ้วรอย และ UVB ซึ่งเป็นตัวการก่อให้เกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ ส่วนผสมในครีมกันแดดจึงเป็นตัวดูดซึมรังสียูวีและปกป้องผิวไม่ให้สัมผัสกับรังสียูวีโดยตรง ในการเลือกซื้อครีมกันแดดจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB เพราะครีมกันแดดบางประเภทมีคุณสมบัติในการป้องกันเฉพาะรังสี UVB ทำให้ผิวไม่ได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่

   ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังได้ระบุว่า ค่าการปกป้องจากรังสียูวีหรือค่า SPF (Sun Protection Factor)  สามารถป้องกันรังสี UVB ได้แตกต่างกัน คือ SPF 15 สามารถป้องกันรังสี UVB ได้ 93%, SPF 30 ป้องกันได้ 97% และ SPF 50 หรือมากกว่า สามารถป้องกันได้มากถึง 98% โดยสามารถแสดงเป็นตารางระยะเวลาในการป้องกันรังสี UVB ตามสภาพผิว ดังนี้

 

 

   ในขณะเดียวกันค่า  PA (Protection Grade of UVA)  เป็นตัวที่ชี้วัดว่าจะสามารถป้องกันรังสี UVA ที่เข้ามาทำร้ายผิวให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ดีแค่ไหน ขึ้นอยู่กับ + ที่มีอยู่ในครีมกันแดดประเภทนั้น ซึ่งค่า PA มีอยู่ 3 ระดับ โดยสามารถปกป้องรังสี UVA ได้ตามตารางดังนี้

 

   ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการเลือกครีมกันแดดให้ได้คุณภาพดีและมีประสิทธิภาพสูงสุดเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะครีมกันแดดสำหรับใบหน้า ซึ่งเป็นส่วนที่มีปฏิกิริยาไวต่อแสงแดดมากที่สุด นอกจากจะต้องมีคุณสมบัติที่สามารถปกป้องผิวจากแสงแดด แสงจาก UVA และ UVB ได้แล้ว ต้องไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์และสีด้วย เช่น ผลิตภัณฑ์ Welpano Facial Sunscreen ครีมกันแดดเนื้อบางเบาที่สามารถซึมเข้าสู่ผิวทันทีที่ใช้โดยไม่ทิ้งคราบ 

 

   เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการปกป้องผิวจากแสงแดด ขั้นตอนการทาครีมกันแดดที่ถูกต้องก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องทาเท่ากับปริมาณเหรียญสิบบาทหรือ 2 ข้อนิ้วมือ เพื่อให้ได้ค่า SPF ตามที่ต้องการ

   และถึงแม้ว่าครีมกันแดดจะมีคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากแสงแดดแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถปกป้องได้ 100 % เนื่องจากความสามารถในการป้องกันรังสี UV ยังลดถอนประสิทธิภาพลงด้วยหลายปัจจัย หากมีความจำเป็นที่ต้องอยู่กลางแจ้งจึงจำเป็นที่จะต้องทาครีมกันแดดซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมงเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นหากใครอยากมีผิวสุขภาพดี ไม่แห้งกร้าน ห่างไกลจากปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยก่อนวัยอันควร อย่าลืมใส่ใจดูแลผิวด้วยการทาครีมกันแดดทุกวันกันนะคะ

Like